9 วิธีสร้างความมั่นใจในตนเองเพื่อบุคคลิกที่ดี

เสริมสร้างความมั่นใจ

สร้างความมั่นใจในตนเอง

ความมั่นใจในตัวเองนั้นไม่ใช้สิ่งที่จะมีในตัวของทุกคนเพราะต้องมาจากประสบการณ์และได้รับการฝึกฝนอยู่เสมอซึ่งเป็นผลดีต่อคุณหากมีสิ่งเหล่านี้ แต่บางครั้งความมั่นใจอาจเกิดจากความเชื่อผิดๆ เช่น มีแต่คนจำนวนมากชมว่าคุณหน้าตาดีคุณจึงคิดว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่ความหมายของความมั่นใจคือการที่ตนเองกล้าคิดกล้าแสดงออก

 

1. มองกระจกแล้วยิ้ม งานวิจัยมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า “facial feedback theory” เสนอว่าการแสดงออกทางสีหน้าของเราสามารถกระตุ้นให้สมองรับรู้อารมณ์ของเราหรือทำให้อารมณ์นั้นรุนแรงมากขึ้นได้ ดังนั้นถ้าคุณมองกระจกแล้วยิ้มทุกวัน คุณอาจมีความสุขมากขึ้นและมีความมั่นใจมากขึ้นในระยะยาว นี่จะทำให้คุณรู้สึกพอใจกับรูปร่างหน้าตาของคุณมากขึ้นด้วย และช่วยให้คุณยอมรับภาพลักษณ์ภายนอกของคุณ

  • เวลาคุณยิ้มให้คนอื่น คนอื่นก็มักจะยิ้มตอบ ดังนั้นคุณไม่เพียงจะมีความสุขมากขึ้นเพราะยิ้มให้คนอื่น แต่คุณอาจได้รับความมั่นใจมากขึ้นอีกด้วยจากการที่คนอื่นยิ้มตอบคุณ

 

ความมั่นใจ

 

2.รับคำชมอย่างสง่างาม คนจำนวนมากที่ขาดความภูมิใจในตนเองมักประสบปัญหาเวลารับคำชม พวกเขาทึกทักเอาว่าคนที่ชมนั้นไม่คิดผิดก็โกหก ถ้าคุณเป็นคนที่ตอบรับคำชมโดยการเหลือกตาแล้วพูดว่า “ก็แย่ละ” หรือยักไหล่เพื่อแสดงความไม่สนใจ คุณควรหาวิธีตอบรับคำชมของคุณเสียใหม่

  • เชื่อว่าผู้อื่นชมอย่างจริงใจและตอบรับคำชมในแง่ดี. (วิธีที่ดีคือกล่าว “ขอบคุณ” และยิ้ม) ทำให้คนที่ชมคุณรู้ว่าคุณซาบซึ้งใจจริงๆ และพยายามฝึกตัวเองให้ถึงจุดที่คุณสามารถน้อมรับคำชมได้ด้วยใจจริง
  • คุณอาจนับคำชมนั้นว่าเป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่ดีของคุณ และใช้คำชมนั้นเสริมสร้างความมั่นใจให้ตนเองได้

 

3.ระบุชี้ความสามารถพิเศษของคุณ ทุกคนมีความเก่ง แต่อาจเก่งในเรื่องที่ต่างกัน ฉะนั้นลองหาดูว่า คุณ เก่งในด้านใด แล้วมุ่งความสนใจไปที่ความสามารถพิเศษนั้นๆ ของคุณ ยอมให้ตัวเองภูมิใจกับความสามารถเหล่านั้น แสดงความเป็นตัวเองออกมา ไม่ว่าจะผ่านศิลปะ ดนตรี งานเขียน หรือการเต้น หาสิ่งที่คุณทำแล้วมีความสุข และฝึกฝนจนเกิดความสามารถพิเศษ [9]

  • การมีสิ่งที่สนใจหรืองานอดิเรกที่หลากหลายในชีวิตของคุณจะไม่เพียงแต่ทำให้คุณเป็นคนมีความมั่นใจมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสที่คุณจะได้เจอเพื่อนที่เข้ากับคุณมากขึ้นด้วย
  • เมื่อคุณทำตามหัวใจ นั่นไม่เพียงส่งผลดีต่อสภาพจิตใจของคุณ แต่คุณก็จะรู้สึกว่าคุณพิเศษและมีความสามารถ ซึ่งทั้งหมดนี่สามารถช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณได้

 

ความมั่นใจ

 

4.มีกลุ่มคนที่คอยสนับสนุนคุณ ติดต่อกับคนที่คุณใกล้ชิดสนิทสนมด้วย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือเพื่อน เพื่อที่คุณจะได้คงทัศนคติที่ดีเอาไว้ นอกเหนือจากนี้ อยู่ห่างๆ จากคนหรือสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกแย่

  • คนที่คุณเรียกว่าเพื่อนอาจทำให้คุณรู้สึกแย่ก็ได้ ถ้าพวกเขาพูดแต่เรื่องเชิงลบหรือวิจารณ์คุณในแง่ลบอยู่ตลอดเวลา
  • แม้คนในครอบครัวที่หวังดี คอยให้ความเห็นว่าคุณ “ควร” จะทำอะไร ก็อาจเป็นภัยต่อความมั่นใจในตนเองของคุณได้
  • ในขณะที่คุณกำลังปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้กับตนเองและเริ่มก้าวเดินเพื่อมุ่งหน้าสู่การบรรจุเป้าหมายของคุณนั้น คนที่มีอิทธิพลในแง่ลบเหล่านี้ก็จะปรากฏตัวให้คุณเห็นมากขึ้น ในขณะที่คุณกำลังสร้างความมั่นใจให้ตนเองอยู่ คุณควรพยายามเข้าไปเกี่ยวข้องคนเหล่านี้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • คิดทบทวนสักนิดว่าในชีวิตของคุณมีใครบ้างที่ทำให้คุณรู้สึกดีจริงๆ แล้วสร้างเป้าหมายว่าคุณจะใช้เวลาอยู่กับคนที่สนับสนุนคุณและช่วยยกระดับจิตใจคุณบ่อยมากขึ้น

 

5.กำจัดสิ่งนอกกายที่ทำให้คุณนึกถึงความคิดเชิงลบเก่าๆ ของคุณ หลีกเลี่ยงการใช้เวลาอยู่กับสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกแย่กับตัวเองแบบเดิมๆ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเครื่องเตือนใจจากอดีต เสื้อผ้าที่ใส่ไม่ได้แล้ว หรือสถานที่ที่ขัดกับเป้าหมายของคุณที่จะสร้างความมั่นใจให้ตนเอง แม้ว่าคุณจะไม่สามารถกำจัดแหล่งที่มาของความคิดเชิงลบในชีวิตของคุณได้หมด แต่คุณสามารถหาวิธีหยุดรับความคิดเชิงลบไว้เพียงเท่านี้ได้ การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการสร้างความมั่นใจให้ตนเอง

  • นั่งคิดทบทวนสักนิดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ ตั้งแต่เพื่อนนิสัยไม่ดี ไปจนถึงอาชีพการงานที่คุณไม่ชอบเท่าไรนัก หรือสภาพความเป็นอยู่ที่เรียกว่าไม่อาจทนได้

 

6.ระบุชี้ความคิดเชิงลบของคุณ ความคิดเชิงลบของคุณอาจเป็นความคิดประมาณว่า “ฉันทำไม่ได้” “ฉันจะต้องล้มเหลวแน่นอน” หรือ “ไม่มีใครอยากฟังความคิดฉันหรอก” ถ้าเสียงในหัวของคุณพูดอะไรเช่นนี้ รู้ไว้ว่าการมองโลกในแง่ร้ายจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น และจะห้ามไม่ให้คุณมีความภาคภูมิในใจและความมั่นใจในตนเองอีกด้วย

 

ความมั่นใจ

 

7.แทนที่ความคิดเชิงลบด้วยความคิดเชิงบวก ในขณะที่คุณกำลังมีความคิดเชิงลบ พยายามเปลี่ยนมันเป็นความคิดเชิงบวกเสีย โดยอาจทำได้ด้วยการพูดความคิดเชิงบวกกับตัวเอง เช่น “ฉันจะลองทำดู” “ฉันจะประสบความสำเร็จถ้าฉันมุ่งมั่น” หรือ “คนอื่นจะฟังฉัน” เริ่มต้นด้วยการคิดบวกสักสามถึงสี่ครั้งในแต่ละวัน

 

8.ไม่ยอมให้ความคิดเชิงลบเกิดขึ้นในหัวมากกว่าความคิดเชิงบวก ท้ายที่สุดแล้ว ความคิดเชิงบวกควรจะครอบครอง “เนื้อที่สมอง” ของคุณมากกว่าความคิดเชิงลบ ยิ่งคุณพยายามตอบโต้ความคิดเชิงลบด้วยความคิดเชิงบวกมากเท่าใด คุณก็จะมีนิสัยคิดเชิงบวกมากขึ้นเท่านั้น

 

 

 

เรียบเรียงโดย: Mccontent

ที่มา: th.wikihow.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *