ทำไมแตงกวาขม

เคยสงสัยหรือไม่! ทำไมแตงกว่าถึงขม คำตอบอยู่ที่นี่..

ทำไมแตงกวาถึงขม

หลายคนคงเคยกินแตงกวาที่มีรสขมกันบ้างแล้ว ซึ่งเมื่อถามคนอื่นว่าทำไมแตงกวาถึงขมก็จะได้รับคำตอบที่แตกต่างกันออกไป แต่คำตอบที่เราได้ยินกันจนคุ้นหูก็คือ งูเลื้อยผ่าน ซึ่งเป็นคำที่ได้ยินกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่รู้จะเถียงยังงัย เพราะๆไม่รู้ว่าว่างูเลื้อยผ่านจริงหรือเปล่า… วันนี้เราจะมาเฉลยกันครับ

 

สาเหตุที่ทำให้แตงกวาขม

แตงกวาพืชพันธ์สีเขียวไม้เลื้อย ที่มีน้ำฉ่ำอยู่ในเนื้อแตงเองซึ่งคนทั่วไปมักนิยมนำแตงมาทานแกล้มอาหาร หรือนำมาทำอาหารก็ได้ ซึ่งจากการวิจัยพบว่า แตงกวามีสารเคมีชนิดหนึ่ง ชื่อว่า Toxin Cucurbitacin เป็นสารตัวหนึ่งที่ให้รสชาติที่ขมสาเหตุอาจมาจาการเก็บเกี่ยวที่ล่าช้าเรียกได้ว่าแตงกว่าแก่จนเกินไป หากเก็บไว้นานเกินไปแตงกวาก็จะผลิตสาร Toxin Cucurbitacin ที่มีปริมาณมากกว่าปกติจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้แตงมีรสชาติขม

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แตงกวามีรสขมคือ การที่แตงกวาได้รับน้ำน้อยเกินไป ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งจะส่งผลให้ผลแตงที่อยู่ปลายเถาหรือปลายกิ่งได้รับน้ำน้อยกว่าปกติ ส่งผลให้ความเข้มข้นของสาร Toxin Cucurbitacin ในผลแตงกวาสูงกว่าปกติ ทำให้แตงขมได้

 

แตงกวาแก่
ลักษณะแตงกวาแก่

 

สาเหตุสุดท้ายที่ทำให้แตงกวาขมก็คือ แตงที่เรากินแล้วขมลูกนั้นมาจากกิ่งแขนงที่ไม่สมบูรณ์ ถึงแม้เกษตรกรจะให้น้ำอย่างเพียงพอ แต่น้ำไม่สามารถถูกลำเลียงไปปลายกิ่งหรือแขนงที่ไม่สมบูรณ์นั้นได้ อันเนื่องมาจากความผิดปกติหรือความไม่สมบูรณ์ของตัวกิ่งเอง ทำให้ผลแตงกวาที่อยู่ในแขนงนั้นมีรสขมมากกว่ากิ่งอื่น ๆ

สาร Toxin Cucurbitacin นี้ ไม่ได้มีอยู่ในแตงกวาเท่านั้น แต่มีอยู่ในพืชตระกูลแตงหลายชนิด เช่น แตงกวา แตงร้าน และบวบ เป็นต้น

นั่นก็เป็นเพราะสาร Toxin Cucurbitacin ที่แตงกวาผลิตขึ้นมาเอง ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการที่งูเลื่อยผ่าน ซึ่งปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นหากเกษตรกรให้น้ำอย่างเพียงพอ เก็บเกี่ยวในเวลาที่เหมาะสม มั่นตัดกิ่งที่เหี่ยวเฉา ส่วนผู้บริโภคเอง เมื่อซื้อแตงกวามาแล้วก็ไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป เพราะแตงสามารถผลิตสาร Toxin Cucurbitacin เพิ่มได้เรื่อย ๆ ทำให้แตงกวาที่เก็บไว้นานมีรสขมได้

 

ประโยชน์ของแตงกวา

ช่วยลดอุณหภูมิหรือความร้อนภายในร่างกาย หน้าร้อนจึงเหมาะที่จะทานแตงกวามาก

ช่วยรักษาสมดุลภายในร่างกาย อย่างเช่น รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

 

แตงกวา

 

ช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ช่วยในเรื่องการฆ่าเชื้อโรค ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก

ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวสะอาดกระจ่างใสขึ้น และรูขุมขนกระชับขึ้น

ช่วยป้องกันสภาวะร่างกายขาดน้ำได้ เนื่องจากในแตงกวามีส่วนประกอบที่เป็นน้ำถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์

ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร

มีสารแอนโทรแซนทิน ซึ่งจะช่วยลดอาการอักเสบ และอาการปวด

ช่วยกำจัดของเสียที่ตกค้างอยู่ภายในร่างกาย และยังช่วยละลายก้อนแข็งที่อยู่ภายในไตได้ด้วย

ช่วยเสริมสร้างความจำ ส่งเสริมการทำงานของสมอง และยังช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

 

สรรพคุณทางยา

ผล เมื่อนำมารับประทานจะมีสรรพคุณเป็นยาเย็น ช่วยลดความร้อนภายในร่างกาย ขับปัสสาวะ ลดไข้ แก้อาการกระหายน้ำ ใช้รักษาอาการเจ็บคอ ตาแดง ไฟลวกและผดผื่นคัน หรือจะใช้กินเป็นเครื่องเคียงกับน้ำพริกหรือนำมาประกอบอาหารก็สามารถนำมาทำได้

ใบ เมื่อนำมาทานสดๆ จะให้รสขม มีพิษเล็กน้อย สามารถนำมาใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย หรือบิดได้

เมล็ดหรือเนื้อในเมล็ด ให้รสมันเย็น เมื่อนำมาทาน จะช่วยในเรื่องของการถ่ายพยาธิได้เป็นอย่างดี

เถา จะให้รสขม มีพิษเล็กน้อย ช่วยขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต โรคผิวหนังเป็นฝีเล็กๆ มีหนอง รักษาอาการหนองในได้

ราก จะให้รสเย็น ช่วยป้องกันการขาดวิตามินบี 1 และช่วยขับปัสสาวะ

 

แตงกวา
ลักษณะผลของแตงกวา

 

คุณค่าทางโภชนาการของแตงกวา

สำหรับคุณค่าทางโภชนาการของแตงกวาหนึ่งผลจะมีความชื้นหรือมีน้ำเป็นส่วนประกอบมากถึง 96.4% คาร์โบไฮเดรต 2.8 % โปรตีน 0.4 % ไขมัน 0.1 % และแร่ธาตุต่างๆ เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซีและบี ผลของแตงกวา มีสารเอนไซม์อยู่หลายชนิด เช่น เอนไซม์ที่ย่อยโปรตีน succinic malic dehydrogenase, ascorbic acid oxidase ในส่วนของเถ้าและเมล็ดจะมีฟอสฟอรัสในปริมาณสูง

 

 

 

เรียบเรียงโดย: Mccontent

ที่มา: เกร็ดความรู้.net

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *